อังคุตตรนิกาย
10.66. สุขสูตรที่ ๒
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ที่นาลกคาม แคว้นมคธ ครั้งนั้นแล ปริพาชก ชื่อว่าสามัณฑกาณิ เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่าน การปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่งที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตร ว่า ดูกรท่านพระสารีบุตรในธรรมวินัยนี้ อะไรหนอเป็นเหตุให้เกิดสุข อะไรเป็นเหตุให้ เกิดทุกข์ ฯ
ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ ในธรรมวินัยนี้ ความไม่ยินดีแลเป็นเหตุ ให้เกิดทุกข์ ความยินดีเป็นเหตุให้เกิดสุข ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความไม่ยินดี เป็นอันหวังได้ทุกข์ นี้ คือ บุคคลผู้มีความไม่ยินดีแม้เดินอยู่ ก็ไม่ประสบความสุขความสำราญ บุคคลผู้มีความไม่
ยินดีแม้ยืนอยู่ … แม้นั่งอยู่ … แม้นอนอยู่… แม้อยู่ในบ้าน… แม้อยู่ในป่า… แม้อยู่ที่โคนไม้… แม้อยู่ ในเรือนว่างเปล่า… แม้อยู่ในที่แจ้ง… แม้อยู่ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ก็ย่อมไม่ประสบความสุขความ สำราญ ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความไม่ยินดีก็เป็นอันหวังได้ความทุกข์นี้ ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความ ยินดี ก็เป็นอันหวังได้ความสุขนี้ คือ บุคคลผู้มีความยินดีแม้เดินอยู่ ก็ย่อมประสบความสุข ความสำราญ บุคคลผู้มีความยินดีแม้ยืนอยู่…. แม้นั่งอยู่ … แม้นอนอยู่ … แม้อยู่ในบ้าน … แม้อยู่ ในป่า … แม้อยู่ที่โคนไม้… แม้อยู่ในเรือนว่างเปล่า… แม้อยู่ในที่แจ้ง… แม้อยู่ในท่ามกลางภิกษุ สงฆ์ ก็ย่อมประสบความสุขความสำราญ ดูกรผู้มีอายุ เมื่อมีความยินดี ก็เป็นอันหวังได้ความ สุขนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๖