อังคุตตรนิกาย
3.13. ภิกขุสูตร
๑๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวก เป็นไฉน คือ บุคคลผู้หมดหวัง ๑ บุคคลผู้มีหวัง ๑ บุคคลผู้ปราศจากความหวัง ๑ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้หมดหวังเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ บังเกิดในสกุลต่ำ คือ สกุลจัณฑาล สกุลคนเป่าปี่ (ขอทาน)สกุลนายพรานป่า สกุลช่างรถ หรือสกุลกุลีเทหยากเยื่อ ซึ่งเป็นสกุลที่ยากจน มีข้าวน้ำโภชนาหารน้อย มีความเป็นไปฝืดเคือง มีของกินและเครื่องนุ่งห่มหาได้โดยฝืดเคือง และเขาเป็นคนมีผิวพรรณหม่นหมองไม่น่าดู ต่ำเตี้ย มากด้วยความป่วยไข้ เป็นคนบอด เป็นคนง่อย เป็นคนกระจอก หรือเป็นโรคอัมพาต
หาข้าวน้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องตามประทีป ไม่ได้ เขาได้ฟังข่าวว่า กษัตริย์ผู้มีพระนามอย่างนี้ ถูกพวกกษัตริย์อภิเษกแล้วด้วยการอภิเษก ให้เป็นกษัตริย์ เขาหาคิดอย่างนี้ไม่ว่า ถึงตัวเราก็จักถูกพวกกษัตริย์อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็น กษัตริย์สักครั้งหนึ่งแน่แท้ ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เรียกว่า "บุคคลผู้หมดหวัง" ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีหวังเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระโอรสของพระราชา มหากษัตริย์ผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้วในโลกนี้ เป็นผู้ควรอภิเษก แต่ยังไม่ได้รับการอภิเษก ถึงความ ไม่หวั่นไหว เขาได้ฟังข่าวว่า กษัตริย์ผู้มีพระนามอย่างนี้ถูกพวกกษัตริย์อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็น กษัตริย์ เขาย่อมคิดดังนี้ว่า ถึงตัวเราก็จักถูกพวกกษัตริย์อภิเษกให้เป็นกษัตริย์สักคราวหนึ่ง โดยแท้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้มีหวัง" ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้ปราศจากความหวังเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาในโลกนี้ เป็นกษัตริย์ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว พระองค์ได้สดับข่าวว่า กษัตริย์ผู้มีพระนาม อย่างนี้ ถูกพวกกษัตริย์อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์ พระองค์หาทรงพระดำริดังนี้ไม่ว่า ถึงตัวเราก็จักถูกพวกกษัตริย์อภิเษกด้วยการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์สักคราวหนึ่ง ข้อนั้นเพราะเหตุใด เพราะพระองค์ซึ่งแต่ก่อนยังมิได้รับการอภิเษก ได้มีการอภิเษกสงบไปแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้ปราศจากความหวัง" ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก
แม้ฉันใด ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในหมู่ภิกษุก็มีบุคคลอยู่ ๓ จำพวก ปรากฏฉันนั้น เหมือนกันแล บุคคล ๓ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลผู้หมดหวัง ๑ บุคคลผู้มีหวัง ๑ บุคคลผู้ปราศจาก ความหวัง ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้หมดหวังเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม ไม่สะอาด มีสมาจารที่พึงระลึกด้วยความรังเกียจมีการงานปกปิด ไม่ใช่ สมณะ แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ ไม่ใช่พรหมจารี แต่ปฏิญาณว่าเป็นพรหมจารี เน่าในภายใน ชุ่มด้วยราคะ เป็นดังหยากเยื่อ เธอได้สดับข่าวว่า ภิกษุชื่อนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ เธอหาคิดดังนี้ ไม่ว่าแม้เราก็จักทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า"บุคคลผู้หมดหวัง" ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีหวังเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล
มีกัลยาณธรรม เธอได้สดับข่าวว่า ภิกษุชื่อนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ เธอย่อมคิดดังนี้ว่า แม้เราก็จัก ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองใน ปัจจุบัน เข้าถึงอยู่สักคราวหนึ่งโดยแท้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า "บุคคลผู้มีหวัง" ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปราศจากความหวังเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็น พระอรหันตขีณาสพ เธอได้สดับข่าวว่า ภิกษุชื่อนี้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหา อาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ เธอย่อมไม่คิด ดังนี้ว่า ถึงเราก็จักทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ สักคราวหนึ่งโดยแท้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะ ความหวังในวิมุติของเธอผู้ยังไม่หลุดพ้นในก่อนนั้นระงับแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เรียกว่า "บุคคลผู้ปราศจากความหวัง" ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในหมู่ภิกษุ มีบุคคล ๓ จำพวกนี้แล ปรากฏอยู่ ฯ