สังยุตตนิกาย

มหาวารวรรค

๒. โพชฌงคสังยุต

นิวรณวรรคที่ ๔

อุปกิเลสสูตร

อุปกิเลสของทอง ๕ อย่าง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปกิเลสของทอง ๕ อย่างนี้ เป็นเครื่องทำทองไม่ให้อ่อน ไม่ให้ความแก่การงาน ไม่ให้มีสีสุก ให้เปราะและให้ใช้การไม่ได้ดี อุปกิเลส ๕ อย่างเป็นไฉน?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล็กเป็นอุปกิเลสของทอง ทำทองไม่ให้อ่อน ไม่ให้ควรแก่การงาน ไม่ให้มีสีสุก ให้เปราะและให้ใช้การไม่ได้ดี. โลหะเป็นอุปกิเลสของทอง ทำทองไม่ให้อ่อน ฯลฯ ดีบุกเป็นอุปกิเลสของทอง ทำทองไม่ให้อ่อน ฯลฯ ตะกั่วเป็นอุปกิเลสของทอง ทำทองไม่ให้อ่อน ฯลฯ เงินเป็นอุปกิเลสของทอง ทำทองไม่ให้อ่อน ไม่ให้ควรแก่การงาน ไม่ให้มีสีสุก ให้เปราะและให้ใช้การไม่ได้ดี.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปกิเลสของทอง ๕ อย่างนี้แล เป็นเครื่องทำทองไม่ให้อ่อน ไม่ให้ควรแก่การงาน ไม่ให้มีสีสุก ให้เปราะและให้ใช้การไม่ได้ดี.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล อุปกิเลสของจิต ๕ อย่างนี้ เป็นเครื่องทำจิตไม่ให้นิ่มนวล ไม่ให้ควรแก่การงาน ไม่ให้ผุดผ่อง ให้เสียไปและไม่ให้ตั้งมั่นด้วยดี เพื่อความสิ้นอาสวะ. อุปกิเลส ๕ อย่างเป็นไฉน?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามฉันทะเป็นอุปกิเลสของจิต เป็นเครื่องทำจิตไม่ให้นิ่มนวล ไม่ให้ควรแก่การงาน ไม่ให้ผุดผ่อง ให้เสียไปและไม่ให้ตั้งมั่นด้วยดีเพื่อความสิ้นอาสวะ. พยาบาทเป็นอุปกิเลสของจิต ถีนมิทธะเป็นอุปกิเลสของจิต…อุทธัจจกุกกุจจะเป็นอุปกิเลสของจิต… วิจิกิจฉา เป็นอุปกิเลสของจิต…

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปกิเลสของจิต ๕ อย่างนี้แล เป็นเครื่องทำจิตไม่ให้นิ่มนวล ไม่ให้ควรแก่การงาน ไม่ให้ผุดผ่อง ให้เสียไปและไม่ให้ตั้งมั่นด้วยดีเพื่อความสิ้น อาสวะ.

จบ สูตรที่ ๓