อังคุตตรนิกาย

เอกนิบาต

1.394–1.574

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญปฐมฌานแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้ เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดาปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉัน บิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งปฐมฌานนั้นเล่า ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุผู้เจริญทุติยฌานแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ … เจริญตติย ฌาน … เจริญจตุตถฌาน … เจริญเมตตาเจโตวิมุติ … เจริญกรุณาเจโตวิมุติ … เจริญมุทิตาเจโต วิมุติ … เจริญอุเบกขาเจโตวิมุติ …พิจารณากายในกายอยู่ พึงเป็นผู้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลก … พิจารณาเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ … พิจารณาจิตใน จิตอยู่ … พิจารณาธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ … ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคอง จิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อไม่ให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น … ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภ ความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว … ยังฉันทะให้ เกิด พยายาม ปรารภ---ความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้ เกิดขึ้น …ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อความตั้ง มั่น ไม่ฟั่นเฝือ เพื่อความมีมาก เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์แห่ง กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว … เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร … เจริญอิทธิบาท ที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร … เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร …

เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิปธานสังขาร … เจริญสัทธินทรีย์ … เจริญวิริยินทรีย์ … เจริญสตินทรีย์ … เจริญสมาธินทรีย์ … เจริญปัญญินทรีย์ … เจริญสัทธาพละ … เจริญวิริยพละ … เจริญสติพละ … เจริญสมาธิพละ … เจริญปัญญาพละ … เจริญสติสัมโพชฌงค์… เจริญธัมมวิจย สัมโพชฌงค์ … เจริญวิริยสัมโพชฌงค์ … เจริญปีติสัมโพชฌงค์เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ … เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ … เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์… เจริญสัมมาทิฏฐิ … เจริญสัมมาสังกัปปะ … เจริญสัมมาวาจา … เจริญสัมมากัมมันตะ … เจริญสัมมาอาชีวะ … เจริญสัมมาวายามะ … เจริญ สัมมาสติ… ถ้าภิกษุเจริญสัมมาสมาธิแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่าง จากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้น เปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งสัมมาสมาธิเล่า ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ย่อมเยา มีวรรณะดีหรือ วรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มาก ซึ่งความเข้าใจนั้นเล่า ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจในรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ไม่มีประมาณ มีวรรณะดี หรือมีวรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น … ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ย่อมเยามีวรรณะดีหรือ วรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความ เข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น … ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ไม่มีประมาณมีวรรณะดีหรือ มีวรรณะทรามเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น … ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่เขียว มีสีเขียว เปรียบ ด้วยของเขียว มีแสงเขียวเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น … ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่เหลือง มีสีเหลือง เปรียบ ด้วยของเหลือง มีแสงเหลืองเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น … ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วย ของแดง มีแสงแดงเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เราเห็น … ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วย ของขาว มีแสงขาวเข้า เธอครอบงำรูปเหล่านั้นเสียได้แล้ว มีความเข้าใจเช่นนี้ว่า เรารู้ เรา เห็น … ภิกษุผู้มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย ฯ

ภิกษุผู้มีความเข้าใจอรูปภายใน ย่อมเห็นรูปภายนอก … ภิกษุย่อมเป็นผู้น้อมใจ ไปว่างามเท่านั้น … ฯ

ภิกษุบรรลุอากาสานัญจายตนฌาน โดยมนสิการว่า อากาศไม่มีที่สุด เพราะ ล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะดับปฏิฆสัญญาเสียได้ เพราะไม่ใส่ใจซึ่งสัญญาต่างๆ อยู่ … ฯ

ภิกษุก้าวล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวงแล้ว ได้บรรลุวิญญา ณัญจายตนฌานโดยมนสิการว่า วิญญาณไม่มีที่สุด … ฯ

ภิกษุก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนฌาน โดยประการทั้งปวงแล้ว ได้บรรลุ อากิญจัญญายตนฌานโดยมนสิการว่า สิ่งอะไรไม่มี … ฯ

ภิกษุก้าวล่วงอากิญจัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวงแล้ว ได้ บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน … ฯ

ภิกษุก้าวล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวงแล้ว ได้ บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ … ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญปฐวีกสิณแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้ เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดาปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉัน บิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งปฐวีกสิณนั้นเล่า ถ้า ภิกษุเจริญอาโปกสิณ … เจริญเตโชกสิณ…เจริญวาโยกสิณ … เจริญนีลกสิณ … เจริญโลหิตกสิณ … เจริญโอทาตกสิณ… เจริญอากาสกสิณ … เจริญวิญญาณกสิณ … เจริญอสุภสัญญา … เจริญมรณ สัญญา … เจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา … เจริญสัพพโลเกอนภิรตสัญญา …เจริญอนิจจสัญญา …

เจริญอนิจเจทุกขสัญญา … เจริญทุกเขอนัตตสัญญา … เจริญปหานสัญญา … เจริญวิราคสัญญา … เจริญนิโรธสัญญา … เจริญอนิจจสัญญา …เจริญอนัตตสัญญา … เจริญมรณะสัญญา … เจริญอาหาเร ปฏิกูลสัญญา … เจริญสัพพโลเกอนภิรตสัญญา … เจริญอัฎฐิกสัญญา … เจริญปุฬุวกสัญญา … เจริญวินีลกสัญญา … เจริญวิจฉิททกสัญญา … เจริญอุทธุมาตกสัญญา … เจริญพุทธานุสสติ … เจริญธัมมานุสสติ … เจริญสังฆานุสสติ … เจริญสีลานุสสติ …เจริญจาคานุสสติ … เจริญเทวตา นุสสติ … เจริญอานาปานสติ … เจริญมรณสติ … เจริญกายคตาสติ … เจริญอุปสมานุสสติ … เจริญสัทธินทรีย์ อันสหรคตด้วยปฐมฌาน … เจริญวิริยินทรีย์ … เจริญสตินทรีย์ … เจริญสมาธิน ทรีย์…เจริญปัญญินทรีย์ … เจริญสัทธาพละ … เจริญวิริยพละ … เจริญสติพละ … เจริญสมาธิพละ … เจริญปัญญาพละ … เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยทุติยฌาน ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคต ด้วยตติยฌาน ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยจตุตถฌาน ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคต ด้วยเมตตา ฯลฯเจริญสัทธินทรีย์อันสหรคด้วยกรุณา ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยมุทิตา ฯลฯ เจริญสัทธินทรีย์อันสหรคตด้วยอุเบกขา … เจริญวิริยินทรีย์ … เจริญสตินทรีย์ … เจริญสมาธินทรีย์ … เจริญปัญญินทรีย์ … เจริญสัทธาพละ … เจริญวิริยพละ … เจริญสติพละ … เจริญสมาธิพละ … เจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหิน ห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดาปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่น แคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งปัญญาพละ อันสหรคตด้วยอุเบกขาเล่า ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายคตาสติอันภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเจริญแล้วกระทำให้มาก แล้ว กุศลธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นไปในส่วนวิชชา ย่อมหยั่งลงในภายในของภิกษุนั้น เปรียบเหมือนมหาสมุทรอันผู้ใดผู้หนึ่งถูกต้องด้วยใจแล้วแม่น้ำน้อยสายใดสายหนึ่งซึ่งไหลไปสู่ สมุทร ย่อมหยั่งลงในภายในของผู้นั้นฉะนั้น